สวย สูง เสียว

posted on 31 Jul 2009 17:26 by changpoung

ว่ากันว่าผู้หญิงที่สวยมาก แต่ไม่ออกหน้าออกตาอย่างเราๆ

การหาความมั่นอกมั่นใจนี่มันก็ช่างยากเย็นประมาณนึง

จะเฉิดฉายออกจากบ้านแต่ละที

สาวๆ บางคนอาจต้องกรีดตาเล็กเรียวเคี้ยวคด เริดเชิดกันไป

บางคนอาจต้องปัดแก้มชมพูอมส้ม อมแสด อมแดง อมเขียว อะไรก็ว่าไป

มีเพื่อนเราคนนึง ชีจะไม่ยอมออกจากบ้านเลยถ้ารวบผม

ทั้งที่เปิดโหวเฮ้งของชีน่ะ ระดับเมียเจ้าสัวเลย หน้ามันสวยมาก อาย มันว่างั้น

อย่างแม่ช้างเนี่ย

ถ้าพ้นซอยเมื่อไหร่ไม่ได้ทรงตัวบนส้นสูง 3 นิ้วขึ้นไปล่ะก็

จะขาดความมั่นใจระดับสูงสุดทันที

ก็สูงๆเพรียวๆอย่างเรา ต่ำกว่า 3 นิ้วได้ยังไงเนอะ

ต่เมื่อวานนี้เกิดอาเพศเหตุร้ายที่คาดไม่ถึงขึ้น

ข้าน้อยเดินดูงานเป็นปกติธรรมดาเหมือนทุกวัน

แน่นอนบนร้องเท้าส้นสูงคู่สวย แหมวันนี้เรามันช่างสูงสง่าเหลือเกิน

เดินไปสักพักแปลบ!!!! เหมือนมีอะไรทิ่มมาตรงสะโพกข้างซ้าย

มันเสียวจี๊ดเข้าในใจ

อืมมมมม เสียวโดยไม่ต้องพึ่งพาใครเลยนะเนี่ย

มันไม่ดีล่ะ ไม่ดีมั้ง มันจะมาเสียวอะไรกันตอนนี้

พอเริ่มเดินอีกทีก็ดูปกติดีนี่นา

แต่สักพักมันมาอีกแล้วค่ะพี่น้อง

คราวนี้มันจี๊ดดดดดดด อยู่ยาวนานมาก

โอ้ววววววว คุณขามันบรรยายไม่ถูกเลยล่ะค่ะ

รู้แต่ว่าไม่ปกติล่ะ แต่ก็ต้องฝืนใจเดินกลับออฟฟิศ

จัดแจงถอดร้องเท้าออกนั่งเหยียดขาบนโซฟา

แต่คราวนี้มันไม่เสียวแปลบ!!!!ล่ะ

มันเริ่มปวดตึงตรงสะโพกลามมาที่เอวอวบๆ

รู้สึกร้าวๆเป็นทางฝั่งซ้ายของร่างกาย

เกิดอะไรขึ้นกับแม่ช้างเนีย!!!!ตูจะพิการไหมเนี่ย

ม่ายยยยย นะ ม่ายยยยยย (คร่ำครวญในใจไม่ได้ยินใช่ไหม?)

เลยตัดสินใจไปหาหมอ

ตอนลุกเดินไปหาหมอนี่ล่ะ มันมะรุมมะตุ้มรุมรักกันใหญ่

ทั้งปวดทั้งแปลบ มากันใหญ่เลย แม่ช้างก็ออกจะน้ำตาซึมๆ

ไม่ใช่เพราะเจ็บปวดอะไรหรอกนะ แต่กลัวมากกว่า

ไวกว่าความคิดมือคว้าส้นสูงติดไปด้วยทันที

ก็บอกแล้วไงพ้นปากซอยต้องมีส้นสูงเท่านั้น

ร้องขอให้เพื่อนฝูงพาส่งรพ.ใกล้ๆที่ทำงาน

ผลปรากฏว่ากล้ามเนื้ออักเสบชนิดเฉียบพลัน

เกิดจากการเดินหรือทรงตัวผิดท่าทาง อะไรประมาณนี้

ปกติใส่รองเท้าส้นสูงไหมครับ

ก็ เอ่อ นิดหน่อยค่ะ

อืมมมมมม ตอนนั้นแม่ช้างก็ค่อยๆเอาร้องเท้า 3 นิ้วซ่อนแอบทันที

อายหมอว่ะ หมอหล่อด้วยสิ ฮึ

ต้องงดใส่รองเท้าส้นสูงจนกว่าจะหายนะครับ

หา!!!!!!มียาฉีดยากินไหมค่ะหมอทำอะไรก็ได้

ให้มันหายไวๆๆทำอะไรก็ได้ พลีส พลีส

เพราะลำพังจะให้เดินเตี้ยล่ำต่ำดินอย่างนี้

ทำใจไม่ค่อยได้จริงๆค่ะ

ได้ยามา 1 หอบใหญ่

จ่ายตังค์ไป 2,400 บาท

พูดแล้วน้ำตาจะไหลเจ็บก็เจ็บ อายก็อาย เตี้ยก็เตี้ย เสียดายเงินก็เสียดาย

ก็นั่นมันงบประมาณการซื้อส้นสูงคู่ใหม่ของฉันนะ

ต้องเอามารักษาอาการเจ็บจากการใส่ส้นสูงโอ้วววววววว 

ชีวิตมันช่างลงตัวอะไรเช่นนี้

ฮือ ฮือ

a book fair 2009

posted on 29 Jul 2009 12:56 by changpoung
 หายไปนาน น้าน นาน คลำทางกลับมาแทบไม่ถูกเลยค่ะคุณขา

นี่ดีนะฉลาดเอาถั่วงาโรยไว้ขาไป ขากลับเลยกลับมาได้

เข้า Blog ปุ๊บ โอหน้าตาเป็นเช่นนี้เองหรือ Blog ของฉัน

ทำไมไม่เปลี่ยนเลย 5555 เหมือนครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันนานมาแล้วไม่มีผิด

เฮ้อ ใครจะคิดละคะว่า จะหาเวลายากเย็นแสนเข็นปานนี้

ความตั้งใจเริ่มต้น อยากจะเขียนทุกๆวัน

แต่เอาเข้าจริงๆงานประจำกลับเอาเวลาไปหมดเลย

นับถือคนที่เขาทำงานด้วยเขียนด้วยทุกวันหรือเขียนบ่อยๆจริง

ข้าน้อยนับถือ นับถือ เพราะทุกท่านบริหารเวลาเก่งจริง

แต่ความตั้งใจต่อไปนี้ คือจะพยายามเข้ามาบ่อยๆเขียนบ่อยๆ เท่าที่จะทำได้

แต่ทั้งหมดนี้คือความตั้งใจ ได้หรือไม่ได้มาว่ากันอีกที่เนอะ

เข้าเรื่องล่ะ เมื่อวานไปงาน  a book fair มา งานเล็กๆน่ารักมากมาย 

ว่ากันว่าอาเฮียตงเค้าออกหนังสือใหม่ (ไม่รู้ละสิว่าใคร?)

ตะคริว ณ นิ่วใคร เอ้ยใจ ? หรืออะไรนี่แหล่ะ 55555 (รู้รึยังว่าใคร?)

อยากได้ที่สุด วันเปิดตัวหนังสืออิฉันติดงานต่างจังหวัดซะนี่

ไม่รู้จะมีบุญได้ลายเซ็นไหมเนี่ย อยากได้ลายเซ็นมากถึงมากที่สุด

ก็เนี่ยนักเขียนคนโปรดของแม่ช้างละค่ะ

แต่เมื่อวานออกไปดูงานที่สาขากับเจ้านาย

คุณพระคุณเจ้าช่วยขากลับผ่านหน้า central world

ขอเจ้านายกระโดดลงทันที

รีบตรงไปชั้น 6 เลย กะซื้อแค่หนังสือก็ได้วะ

ลายเซ็นไม่เอาก็ได้

เดินไป abook ปุ๊บ ขนลุกเกรียวเลยค่ะพี่น้อง (เปล่าปวดห้องน้ำนะ)

เจ้าของหนังสือใส่เสื้อเขียวนั่งรอดิฉันอยู่ 55555 คิดเอาเอง

ไม่ลังเลขอลายเซ็นทันที  โอ้ แม่ช้างเอยช่างบุญหนักศักดิ์ใหญ่

อยากได้อะไรก็ได้ดังนั้น

กลับถึงบ้านอ่านรวดเดียวจบ

ขอบอกวิชัยว่า

สนุกมากมายสมราคาที่รอคอยเลยค่ะ

 

 

 

ฝรั่ง 3 แขน

posted on 22 May 2009 19:32 by changpoung

สงกรานต์ที่ผ่านมาไป พีพี มาอ่ะค่ะ

ไปเยี่ยมพี่สาวที่ทำงานอยู่ที่นั่น

รวม 3 วัน 2 คืน

 แรกเหยียบเกาะ นึกว่ามาเมืองขึ้นฝรั่งซะอีก

หาคนไทยแทบไม่มี

สาวมั่นอย่างเรา

บอกพี่สาวไม่ต้องมารับ ไม่ต้องมารับ 

เดี๋ยวไปเอง  รอน้องอยู่ที่นั่น 

แค่บอกชื่อรีสอร์ทมาแค่นั้น 

มั่นมากแก

เดินสักพัก 

เฮ้ย    เส้นทางประมาณเกมส์ปริศนาล่าสมบัติเลยนะนั่น

 ถนนแยกย่อย   ซอยเล็ก โค้ง   เว้า   ยาว   ยื่น  

 นี่ก็ซอย นั่นก็ซอย โน่นก็ซอย โน้นก็ซอย  นี่ก็..... 

เดินหน้ามึนเป็นกะเหรี่ยงหลงดอยอยู่ตั้งนาน 

เกือบเหยียบตีนฝรั่งตั้งหลายครั้ง 

เกือบพลั้งถูกฝรั่งเหยียบหัวก็หลายหน 

 ท้ายที่สุดโทรหาพี่สาว

 มารับน้องหน่อย มารับหน่อยจ้า

หายซ่าแล้ว 

หลงไปหลงมาจนเข้าออกถูกทุกซอย 

ยกเว้นซอยที่จะไป ฮา ฮา ฮา

ที่พีพีกินฟรีอยู่ฟรีค่ะ

เลยต้องทำงานช่วยพี่สาวเป็นค่าข้าวบ้าง 

พี่สาวเป็น  Guest Service  อยู่รีสอร์ทเล็กๆ ที่เกาะอ่ะค่ะ

 แหมขอโทษที   ติดหรูมาจากสิ่งมีชีวิตในโรงแรมของวิชัย 

 ที่จริงเป็นแม่บ้านนี่แหล่ะค่ะ

 งานก้อประมาณ อำนวยความสะดวกให้แขก รับแขก ไล่แขก หลายสิ่งอย่าง 

เราก็ไปช่วยรับ Order อาหารบ้าง ขายของหน้าร้านบ้าง

แต่ส่วนใหญ่เที่ยวค่ะ 

จนกระทั่งเวลาโพล้เพล้ของวันที่  

หลังช่วยงานแลกราดหน้ามื้อเย็นเสร็จ 

 กำลังเดินกลับที่พัก

ได้ยินเสียงแขกต่างชาติห้องริมสุด เรียก

แขก   "ต้องการให้ช่วยหน่อยค้าบ"     

แปลได้ประมาณเนี่ยอ่ะค่ะ  

มองลอดแว่น เฮ้ยหล่อว่ะ 

แต่ฟังจากเสียงเมาเพียบ

เรา "ให้ช่วยอะไรคะ"    

 เดินตรงเข้าไปหาแขกแบบแมนๆ หัวใจบริการค่ะ หัวใจบริการ

อันที่จริง  จะได้ยินเสียงแขกชัดๆ

เพราะภาษาห่วยประมาณเมียฝรั่งช่วงฮันนีมูนแค่นั้นเอง  

ระหว่างเราสองคนจึงมีแค่ระเบียงกั้น

 อ้ายยยยยย ดูไกล้ๆหล่อว่ะ

แขก "เพื่อนผมเมามาก อ้วกแตก ขอเปลี่ยนผ้าปูที่นอนหน่อยค้าบ" น่าจะแปลถูกนะ  

อืมมมมดูจากสารรูป น่าจะเป็นมันนี่แหล่ะที่อ้วก

สภาพเหลือแค่เสื้อยืดกับนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว

เรา "ได้ค่ะ รอสักครู่" ยิ้มอ่อยไปครึ่งที

แขก "นานไหม"

รา   "ไม่นานค่ะ"  ยิ้มอ่อยไป 1 ที

แล้วหันหลังกลับ

แขก"เดี๋ยวคับ"   หันหน้ากลับมา

เรา "อะไรคะ" 

เฮ้ยยยยยย 

พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ถ้วยถังกาละมังหม้อ  แม่ลูกยายหลาน  

 ผ้าขนหนูลูกค้าหลุดลงมากองที่พื้นเรียบร้อยแล้วอ่ะ   

โดยที่มันไม่มีทีท่าว่าจะรู้ตัวเลย    

ไอ้ ไอ้ เมา   ไอ้  ไอ้.. .... 

เรียกสติกลับ   สติกลับมาด่วนเล้ย 

จ้องหน้ามันไว้  จ้องหน้ามัน  

ห้ามมองต่ำกว่านั้น 

ห้ามมอง เอ๊ะ ก้อบอกว่าห้ามมองไง

แขก  "แอร์ไม่เย็น"

เรา  "ค่ะ แอร์ไม่เย็น  รอสักครู่"

แขก "ผม....."

หลังจากนั้นไม่ได้ยินแล้วอ่ะค่ะ 

เพราะหันหลังกลับแล้ววิ่งปานพายุไปที่เคาเตอร์ทันที

เฮ้อ รอดไปกู  ไม่งั้นคงเฮงรับปีใหม่ไทยแน่ๆเลย   

นั่งหอบแดด  ปาดน้ำลาย เอ้ย สงบสติอยู่ชั่วอึดใจ

ยังไม่ทันเอื้อนเอ่ยอะไรให้ใครฟัง

น้องผู้หญิงหนึ่งในพนักงานต้อนรับ

ก็วิ่งเข้ามาด้วยความเร็วและแรงประมาณ 7 ริกเตอร์

น้อง "พี่ๆ มาดูลูกค้าฝรั่งหน่อยพี่  ห้องริมสุดน่ะพี่"

 เออ คุ้นๆนะ  ห้องเดียวกันไหมวะ ไม่มั๊งนะ

น้อง "หน้าตาดี๊ ดี พี่ เสียดายว่ะ  ไม่น่าเลย

ไม่น่าพิการมีสามแขนเล้ยยยยยยยย "

เรา"????????แขน?????"

อี สโนไวท์ยักษ์

posted on 25 Mar 2009 12:33 by changpoung

คืนก่อนโดนลากค่ะ

โดนลากไปเที่ยว

กลางคืนด้วยนะ

เที่ยวกลางคืน

อืมมม  ฟังดูสังคมจ๋าดีจัง

โดนลากโดยชายร่างกำยำ 3 คน

และหญิงสาวเมื่อวานซืน หน้าตางั้นๆ 4 คน

เฮ้ย ช้างยังต้านไม่ไหว 

รถจอดหน้าโรงเบียร์ปุ๊บ

คุณพระช่วย ชายร่างกำยำ 3 คน หายไป

กลายผู้หญิง 8 คน

แม่มด กับสโนไวท์ทั้ง 7

มันเรียกงั้น

ธ่ ...อี...สโนไวท์ยักษ์ 

  สถานที่เกิดเหตุ

ที่ประตูทางเข้าโรงเบียร์

ขอดูบัตรด้วยค่ะ

บัตรด้วยค้า

ขอดูบัตรด้วยค่ะ

บัตรค่ะ

คิวอิฉันเดินเข้าค่ะคุณ

กำลังล้วงบัตรจากกระเป๋าตังค์

เชิญค่ะพี่

เฮ้ยยยยย 

ไม่ดูบัตรล่ะน้อง?  สงสัยจัง  สงสัยจังเว้ยยยย

ไม่ต้องค่ะพี่  เชิญค่ะ

อิฉันยืนนิ่งตั้งสติ

ขอดูของทุกคนยกเว้นตู

ดูถูกกันนี่หว่า

ไมน้อง  เสียงเริ่มหาเรื่อง

ไม่เป็นไรพี่ เสียงเริ่มรำคาญ

ควักบัตรขึ้นโชว์

ดูหน่อยน่าน้อง  เสียงเขียว

พี่รีบเข้าไปเถอะค่ะ คนอื่นจะได้เข้ามั่ง

ตูบัตรก่อน เดี๋ยวนี้ เสียงโหดมาก

กูรู้กูแก่

มึงจะทำลายความมั่นใจกูไปถึงไหน      หาาาาา

น้องก้มลงดูอย่างเสียไม่ได้ 

 หน้าออกซีดๆๆ 

ออกแนวถูกคุกคาม

เดินข้ามประตูมา

แว่วเสียงกะเทยไทย

ขอโทษนะน้อง

มาม่า แกอารมณ์เสีย

วัยทองน่ะน้องอย่าถือสา

อี กะเทยครึ่งดวง

พ่อมึงตาย 

พ่อมึงตาย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

posted on 17 Mar 2009 14:22 by changpoung

เมื่อก่อน....        

แค่บอกหิวน้ำ..... 

รอไม่นาน....

มันก็มาตอนนี้..... 

พอบอกหิวน้ำ....

รอตั้งนาน.....มันไม่มา..... 

มีแต่สายตาประมาณว่า 

หากินเองสิ

น่าเบื่อ...... 

ช่วยตัวเองไม่ได้เหรอ 

บ่นทำไม.....

ไอ้.......พอแล้ว 

พอ......

กูหากินเองก็ได้    กูหากินเอง

เมื่อก่อน......น้ำหกใส่แขนเสื้อ

รอไม่นาน.......

มีคนมาซับให้เดี๋ยวจะหนาว....อ้ายยยยยย

ตอนนี้ตกตุ่มมาเปียกทั้งตัวรอไม่นาน....

มันก็มาเหมือนกัน

มาประจาน....

ซุ่มซ่ามจัง...

ทำตัวป็นเด็ก...

ไม่ระวังตัว

ตาไม่ดี....

พอแล้ว...พอ

พอแล้วไม่ต้องมายุ่ง...

กูเป็นปอดบวมตายเองก็ได้

กูตายเอง...อย่ามายุ่ง

 

18 + + +

posted on 13 Mar 2009 12:24 by changpoung

เฮ้อ เมื่อวาน เป็นวันอะไรเนี่ย

อยู่ๆก็ได้เห็นอะไรต่อมิอะไรของชาวบ้านในแบบจะๆ 

ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้อยากเห็น

 เฮ้ย อารมณ์เสีย

ก็เราอยู่ที่ทำงาน  UP BLOG นี่แหล่ะ 

ก็ต้องแอบทำหลัง 17.00 นะสิ แฮะ แฮะ

ก็ ก็  ขโมยใช้เครื่องคอมออฟฟิตนี่นะ 

แล้วจะขโมยเวลาทำงานอีกก้อกะไรอยู่   

ฟังดูเป็นขโมยที่มีจรรยาบรรณเนอะ 

เนี่ยละ เลยทำให้กลับบ้านช้า

 และด้วยอาการหวัดอันยาวนาน ทำให้หน้ามึนวิงเวียนเล็กน้อยถึงปานกลาง

เลยตัดสินใจซื้อบริการแทกซี่ เฮ้ยไม่ใช่อย่างที่คิดนะ

 เอ้าไม่ได้คิดเหรอ แหมนึกว่าคิด

 นั่นแหละค่ะ นั่งรถจากออฟฟิตคลองเตย

เลียบทางด่วนอาจณรงค์ใจมุ่งทะลุพระราม 4 นึกออกไหมคะ

 แหมก็ซอยข้าง ม.กรุงเทพไงตะเอง 

ปรากฎว่ารถติดโคตร

 เลยตัดสินใจเปลี่ยนชะตาชีวิตตัวเองเบนเส้นทาง

ไม่เข้าแล้วพระราม 4 

เลี้ยวขวาซอยเล็กๆแยกหน้า มุ่งตรงเลียบทางด่วนที่จะทะลุสุขุมวิท 50 ดีก่า

 มาดหมายจะแหวกการจราจรโผล่อีกทีซอยมีสุวรรณสาม

 เลี้ยวเข้าซอยปั๊บ........

 เฮอ ......

เฮอ ......

รถติดทันที 2 โคตร ....

เฮ้อทำไงได้ช่างหัวมันเถอะ 

อย่างน้อยสองข้างทางก้อยังมีคอกตะแบกบานสวยแปลกๆให้ดูละว้า

เออข้างซ้ายเนี่ยมีไซส์คนงานก่อสร้าง

สงสัยจะขึ้นคอนโดใหม่

ข้างขวา ดอกตะแบกบาน ม้วง ม่วง สวยจัง 

 ข้างซ้าย มีผู้ชายยืนอยู่

ข้างขวามีรถ.......เดี๋ยวค่ะ

กรอเทปกลับด่วน.....

ข้างซ้ายมีผู้ชายยื่นอยู่ อันที่จริงยืนนนนนน ฉี่....อืมใช่ พี่แกฉี่อยู่อ่ะค่ะ

อืมมมมมม ระยะห่างจากประตูรถที่เรานั่งกับพี่เขาและส่วนอื่นของพี่เขา 

ประมาณ 1 ช่วงแขน อือ ก้อซอยมันแคบนะค่ะ

 อืมมมมม  แล้วปกติเวลาเราเห็นคนฉี่เนี่ย

 สายตาเราคงไม่ได้เล็งไปจ้องติ่งหูข้างใดข้างนึงของเขาใช่ไหมคะ?

 ร้อยนึงเอาบาทเดียว 

มันต้องจ้องที่ที่มาของฉี่แน่ๆ ฉันก็คิดอย่างนั้นอ่ะค่ะ 

เต็มๆเลยตู 

 เฮ้ยพระเจ้า พระองค์ประสงค์อะไรกันแน่ 

ใบ้หวยหรือยังไงคะ ?

ใกล้ขนาดเห็น 512 เลยนะนั่น

 แล้วตรงนั้นก็สว่างโร่

พี่แกยังยืนวัดระยะอย่างสบายใจเชียว

ระยะเวลาทำธุระของพี่เขาไม่นานหรอกค่ะ

แต่สำหรับเรา เฮ้อ อึดอัดว่ะ ก็บอกแล้วไม่ได้อยากเห็น

ธุระของพี่เขาจบลง  รถก็เริ่มไหลออกไป

อ้าววววว นั่นพระจันทร์เต็มดวงนี่

ฮ้อ....

 วันอะไรเนี่ย

ได้เห็นอะไรๆเต็มๆตาบ่อยจัง

 

ไอ้หยาอยู่ดีๆ ก็เป็นโรคติดต่ออ่ะค่ะ 

เป็นประเภทสามารถแพร่กระจายได้เพียง 1 จามเดียวด้วยซิคะ

ปรากฏเพื่อนร่วมงานรุมรังเกียจ ประณาม หยามหมิ่น ติฉิน นินทา ว่าร้าย

กล่าวหา ด่าทอ แฮะ แฮะ ล้อเล่นค่ะ ล้อเล่น

 แต่อย่างว่าอ่ะนะคะ พนักงานออฟฟิตอย่างเราๆ ในพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร

เชื้อโรคก้อติดต่อ ง้าย ง่าย เพียงชั่วลมหายใจเธอและฉันเท่านั้นเอง

เป็นใครๆก็ต้องกลัว แรกๆก็น้อยใจเพื่อนๆ ต่อมาชักรำคาญ

 หลังๆ เริ่มสงสาร  ที่สุดแล้วก้อเห็นใจ  เออน้อเพื่อนบางคนเขาก็มีลูกเล็ก

 สามีเอย พ่อแม่เอย ตูก็เอาเชื้อโรคมาแพร่เขาจังว้า

แต่ว่า แต่ว่า จะทำยังไงดีล่ะ ทำไงดีเอ่ย ก็ ก็ เค้าไม่ได้ตั้งใจ

 แล้วยังโลภป่วยต่อเนื่องกันหลายสัปดาห์อีก สังคมรังเกียจของจริง

 แต่ช่างมันฉันไม่แคร์ เชิดหน้าปาดน้ำตากลืนเลือดไว้โปรยเอ้ย (ใครวะโปรย!)

ใครบ้างไม่อยากหายแค่ชั่วข้ามคืน แต่มันไม่หายเองนี่นา ให้มันเป็นไป

จะได้รู้น้ำใจคนทั้งบางก็คราวนี้ล่ะ อะไรนะคะ อ้อ ไม่เกี่ยวกันเหรอ ขออภัยค่ะสายพันกัน

สัปดาห์แรกที่เป็นมันก็ป่วยธรรมดานี่แหล่ะค่ะ ปวดหัว ตัวร้อน ขี้มูกขี้ตาไหล ไอจาม 

 อาการประมาณนี้อ่ะ  ตามความรู้ที่เรียนมาตอนป.6 ข เชื้อโรคจะมีอายุอยู่ประมาณ 7-10 วัน

 ก็จะหายไปเองถ้าร่างกายแข็งแรง  มีการศึกษานะคะคุ้ณ มีการศึกษา ไม่ใช่ไก่กานะคะ

  ก็เลยคิดไปเองประมาณว่า โปรยเอ้ย (ใครวะ?)

ข้าศึกกำลังบุกค่ายเราซะแล้วแม่ ชะรอยเราต้องส่งข้าวส่งน้ำทหารหาญมิให้ขาด

จะได้มีแรงกำลังป้องกันป้อมปราการไว้ได้ เมื่อป้อมแข็งแรงแล้ว

 ข้าศึกก็จะพ่ายทัพกลับไปเอง และเมื่อครบ 7 วัน

อาการทั้งหลายก็ดีขึ้นแฮะ แล้วก็หายไป ดีจังเลยมาถูกทางแล้วเรา

แต่ด้วยงานช่วงนี้มันต้อง เข้าๆออกๆ ออกๆเข้าๆ แอร์ๆแดดๆ แดดๆแอร์ๆ ทั้งวัน

อย่างไม่ได้อังกอร์ มันหน้ามึนกลับมาอีกด้านมากแก อย่ามายุ่งกะชั้น

ไปให้พ้น ไม่เอาแล้ว พอแล้ว แค่นี้ก็แย่แล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ

อย่าทำอะไรฉันเลย ได้โปรด เยอะเน้อ เวอร์โคตร แฮะ แฮะ

เอาเป็นว่ากลับมาป่วยอีกรอบ เฮ้ยค่ายแตกจนได้ อารมณ์ประมาณจะเสียกรุงตามไปด้วย

เพราะอาการหนักกว่ารอบแรกอีก ทำไมไม่หาหมอ คงถามล่ะซิใช่ไหม?

  เอ่อคือว่า คือ เอ่อคือว่าฉัน เอ่อคือว่ามันไม่ว่างอ่ะค่ะ  ก้อบอกแล้วว่าไม่ว่างไงคะไม่ว่าง 

 เอ้บอกว่าไม่ว่าง ไม่ว่างเข้าใจไหมเนี่ยฮือ

 แฮะ จริงๆแล้ว มันก็แค่คำแก้ตัวคำโตเท่านั้นเอง ที่เหลือหลังจากใส่ตะแกรงกรองแล้ว

มันคือการไม่ใส่ใจสุขภาพตัวเองแค่นั้นเองจริงๆ

ป่วยคราวนี้เพื่อนฝูงรังเกียจเป็นจริงเป็นจังเลยนะคะ ถึงขั้นประกาศเลิกคบชั่วคราวกึ่งถาวรเลยที่เดียว 

 นี่ก้อปาเข้าสัปดาห์ที่ 3 แล้วล่ะคะ อะไรนะคะ? ยังค่ะยังไม่ได้ไปหาหมอ

รออะไร? รอหายสิคะถามได้ เหลือแค่ ไอ จาม น้ำมูก เสมหะ แค่นั้นเอง

 ตายยยย  เผลอแก้ตัวอีกแล้วคุณขา  ไปแล้วค่ะ ถ้าไม่หายอีก 2 วันไปแล้ว ไปจริงๆ  

ทำไมต้องรอ 2 วัน? อ้อเผื่อหายอ่ะค่ะ

 ทั้งที่รังเกียจแต่เพื่อนๆก็ยังชวนกันสังสรรค์ คราวนี้ทุกคนร้องหาช้อนกลางระงม

 แหมมีมารยาทการรับประทานอาหารขึ้นมาเชียวนะเกลอ

  อาหารมาวางเต็มโต๊ะ โน่น ส้มตำ น้ำตก ต้มแซ่บ ปากเป็ดทอด ข้าวเหนียว ฯลฯ

เหมือนโกรธมันมาหลายชาติ วางหาย วางหาย อร่อยจัง

แต่เอ้  ทำมายยยย ช้อนกลางมันมาอยู่ในปากเราได้ล่ะ 

 รู้ตัวดังนั้นจึงรีบวางโดยพลันตามสัญชาติญาณ  อืมมมม บอก ไม่บอก บอก ไม่บอก

อ้าวไม่ทันแล้วมีคนตักอาหารต่อทันที่ เฮ้ย ขออภัยนะเพื่อนๆ

ไม่ได้ตั้งใจ อะไรนะคะ ผลเป็นไงเหรอคะ  แหมก้อบอกแล้วไงว่าโรคติดต่อ

Dog ville

posted on 11 Mar 2009 12:29 by changpoung

วันก่อนโน้น บังเอิญได้ดูหนังฟรีจากเคเบิลทีวีที่บ้านแน่ะ  บ้านเรามีเคเบิลด้วยน้า บ้านตัวมีป่ะ

อะไรนะ มี ยูบีซี ฮื่ยยยยยย อารมณ์เสีย

เขาเอาหนัง DOG VILLI มาให้ดู แปลจากความรู้ภาษาอังกฤษระดับพาสชั้นเมียฝรั่งมา 1 ชั้น ว่าหมู่บ้าน หรือชุมชนหมา หรือเมืองหมาๆอะไรประมาณเนี่ย ไม่รู้ถูกหรือเปล่านะ ใครรู้ช่วยที

เอาเป็นว่าใครไม่ชอบดูหนังประเภท  ป่วย จิตเสื่อม ปวดตับเจ็บไต ตีอกชกหัว ขี้มูกขี้ตาไหล

ฉี่ขัด กัดปากล่างห้อเลือด อะไรประมาณนั้น กรุณาอย่าดู เราเตือนท่านแล้ว

เราก็ไม่ชอบดู แต่ดูแล้วจนจบด้วย แหมก็ของฟรี   ดูไปป่วยไป จิตเสื่อมไป ปวดตับเจ็บไต

 ตีอกชกหัว ขี้มูกขี้ตาไหล ฉี่ขัด กัดปากล่างห้อเลือดไป สาแก่ใจนักอีเย็นเอ้ย

สิ่งที่ฉันเกลียดในหนังเรื่องนี้

คือความจริงที่ว่ามนุษย์ทุกคนช่างมีด้านมืดที่โหดร้าย ชั่วช้า  เห็นแก่ตัว 

 มากมายเกินกว่าที่เราคิดประเมินได้ไม่ว่ามนุษย์คนนั้นจะเรียกตัวเองว่าอะไร สภาพเป็นยังไง

ทุกคนมีด้านมืด     และพร้อมจะใช้มันทุกครั้งที่มีโอกาสกับคนที่อ่อนแอกว่า

ดูหนังเรื่องนี้จบ ฉันกลัวมนุษย์วัดได้ 3 ขั้นบันได

สิ่งที่ฉันชอบในหนังเรื่องนี้

คือความจริงที่ว่ามนุษย์ทุกคนช่างมีด้านมืดที่โหดร้าย ชั่วช้า  เห็นแก่ตัว 

มากมายเกินกว่าที่เราคิดประเมินได้ไม่ว่ามนุษย์คนนั้นจะเรียนตัวเองว่าอะไร สภาพเป็นยังไง

ทุกคนมีด้านมืด    และพร้อมจะใช้มันทุกครั้งที่มีโอกาสกับคนที่อ่อนแอกว่า (เล่นง่ายเนอะ)

ดูหนังเรื่องนี้จบ ฉันระวังมนุษย์วัดได้ 4 ขั้นบันได

สิ่งที่ทำให้ฉันปวดตับ ประทับไต จิตตกมากมายได้อีกคือ แม้แต่คนที่เรียกตัวเองว่า

มีการศึกษามากกว่าคนอื่น ก็ชั่วไม่เว้น  นี่ขนาดการศึกษาช่วยยกระดับจิตใจบ้างแล้วนะเมิง

ยังช่วยอะไรไม่ได้เลย  นี่ถ้าไม่มีการศึกษามาเลย คงไปเป็นโจร 550 แล้วมั้ง

หรือแม้แต่คนพิการที่นอกจากตาจะบอดแล้ว ใจยังบอดสนิทยิ่งกว่า

ชั่วไม่เม้มจริง ๆ น่ากลัว น่ากลัว

สิ่งที่ทำให้ฉันโมโหโกรธาด่าทออยู่คนเดียว เกือบตลอดเรื่องคือ

การยอมรับชะตากรรมของตะละแม่นิโคล คิดแมน ที่ทนทุกข์ทรมาณ

แบกรับความเลวร้ายทั้งหลายทั้งปวงเอาไว้

อาจจะสู้ในวิถีนางเอกของเธอตามความเชื่อที่ล็อคเธอไว้ซะแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด

แต่โคตรขัดใจฉัน นิโคลเอ๋ย สมมติถ้าฉันเป็นเธอ  นอกจากจะไม่ยอมหย่ากับพี่ทอมสุดหล่อแล้ว

ยังจะไม่ยอมให้ทุกอย่างมันเกิดกับฉันขึ้นอย่างง่ายดาย

แม้ว่าจะเหลือแขนเพียงข้างเดียว ฉันก็จะฟาดฟันกับคนเมืองที่ใจมืดมิดนั่นทั้งเมือง

มืดสิดี จะได้ไม่ต้องแคร์ด้านดีของตัวเอง

มืดสิดี ฉันจะได้ไม่ต้องเห็นสีหน้าคนที่ฉันบั่นคอ  นิโคลเธอจะทนเอาโล่ รึไงนะ อุยยยยยยขัดใจ

และสิ่งที่ทำให้ฉันดีขึ้นจากการป่วยเล็กน้อยคือ

ตอนท้ายเรื่องที่ไขปมอันเขื่องเท่าบ้านว่า แท้จริงแล้วนางเอกผู้ระทมทุกข์นั้น

กลับซ่อนพลังอำนาจทำลายล้างขนาดขีปนาวุธรุ่นฆ่าล้างครัวไว้   สมมมมมม เมืองหมาๆสูญพันธ์ในพริบตา

อาจดูโหดร้ายในมิติอื่น แต่ในเรื่องนี้โคตรชอบใจ  อยากเอาปรมาณูมาลงอีกซักลูก

กลัวเซลส์ชั่วมันหลงเหลือ อ้ายยยยจิตตูมืดกว่าในหนังอีก

เอ  ก็ว่าฆ่าล้างครัวหมดแล้วนะ ทำไมยังมีคนประเภทนี้อยู่เลย สงสัยต้องเก็บเงินซื้อปรมาณูซะแล้วมั้ง

อุ้ยยยยยจิตมืดได้อีกตู

เอานมกูคืนมา

posted on 27 Feb 2009 17:38 by changpoung

 นมฉันอ่ะค่ะ  นมหายไป หายไปกับน้ำหนักตัว หายไปเท่าไหร่ไม่รู้ เพราะไม่รู้จะชั่งยังไง แต่น้ำหนักตัวหายไป 2 กก.อ่ะ ฮือหรือว่านมข้อยหายไป 2 กก. เหมือนกัน ตายแว้ววววว มิน่ามันเล็กลงมากๆในความรู้สึกของฉัน แล้วจะทำไงดีคุณขา จุดตะเกียงหรือเอาไฟฉายไปส่งหาไต้ถุนบ้านใครได้ไหม? เอ๊ะหรือจะหาหมอดู! ม่ายเอาน่อเดี่ยวมันจะหาว่าฉันท้อง กลุ้มใจถึงขีดสุดต่อโทรศัพท์หาเพื่อนพิม

 "พิม นมเล็กลงง่ะ"

(เพิ่งตื่นงัวเงียสุดๆ) "เล็กลงก็ซื้อ 2 กล่องสิ"

"ไม่ไช่ว้อยนมตูจริงๆมันเล็กลง"

"ได้ไงอ่ะ"

"น้ำหนักลดอะดิ 2 กิโลแน่ะ"

"งั้นก็กินเพิ่มเข้าไปดิ เดี๋ยวมันก็กลับมา"

"ไม่เอาลดแทบตายกว่าจะได้ 2 โล แต่อยากให้มันเป็นส่วนพุงอวบๆที่ลดลงไม่ไช่นมนะสิ"

"เอาไงดีอ่ะ ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างอะดิ" (หาว 3 ที่ซ้อน)

"แล้วทำไงดีอ่ะเพื่อน"

(น้ำเสียงรำคาญสุดฤทธิ์) "อือ ล้อมทำเนียบใหมล่ะเวลาคิดอะไรไม่ออกเค้าก็ทำกันนะ"

"อืมมมขอหาเสื้อแดงกับระเบิดปิงปองก่อนนะ  ไม่ไช่  บ้า แล้ว" 

แหมใจคอจะให้ผูกเปีย 2 ข้าง หิ้วชะลอมระเบิดปิงปอง ใส่ชุดแดง ไปยืนทวงนมหน้าทำเนียบนี่นะ ไม่ใช่ทวงสมบัติบ้านทรายทองนะเว้ย ล้อมสนามบินสุวรรณภูมิยังมีหว้งกว่าซะอีก  เอหรือจะลองดี

ว่าแล้วก็นั่งเศร้าไป กลุ้มไป ลูบคลำไป เฮ้อ นมจ๋านม นมจ๋า ลาก่อน ชีวิตมันก็เป็นอย่างนี้เอง มักจะเจอความสูญเสียเสมอ ฉันต้องผ่านมันไปให้ได้  ว่าแล้วก็ไปชอปปิ้งซื้อยกทรงใหม่ดีก่า รวยๆอย่างเรา อาบน้ำ แต่งหน้า เซ็สผม นมล่ะ ใส่ยกทรงเข้าไป ทำไมพอดีอ่ะ? ไม่หลวมแฮะ ไมละ ม่ายเข้าใจเลยอ่ะ  นี่คงไม่ได้หมายความว่าชั้นในก็หดลงด้วยเหรอเนี่ยยยยยย โอ้คุณพระคุณเจ้า เกิดอะไรขึ้น 

อุยยยยขออภัยต่อผิดค่ะ อืมมมก็แหมนะคะ จะให้ยอมรับว่าคิดไปเอง  อย่างแรง ก็ขอเวลาทำใจหน่อยอ่ะค่ะ         อืมมมกะดะค่ะ กะดะ คิดไปเองก็ได้ แต่แหมก็รู้สึกว่ามันเล็กลงจริงๆ น้าตะเอง ก้อของรักของหวงอ่ะนะ เวลามีน้อยๆหายไปนิดเดียวมันก็รู้สินะ จริงเปล่า จริงไหม เข้าใจป่ะ เข้าใจนะ  อืมมมม วันนี้คุณจับนมหรือยัง

เรื่องราวสาวออฟฟิตในอดีต

น้องสาว : แม่ ม ม ม หนอนนนนนนนน (วิ่งหนีสุดแรงเกิด)

พี่สาว: ว้ายยยยยยย แม่มมมมมมม ตัวเบ้อเริ่มเลย (โวยวายสุดเสียง)

แม่:  ว้าย หนอนจริงๆด้วย น่ากัว น่ากัว มาแม่จัดการเอง

หนอนอ้วนหายวับไปกับตา  ด้วยวิธีไหนไม่เคยรู้  ตาเคยบอกว่าในบรรดาลูกๆ แม่กลัวหนอนที่สุดในโลกไม่น่าเชื่อคุณขา มันเชื่อมต่อทางพันธุกรรม  ลูกสาวแม่กลัวหนอนทุกคน  โดยเฉพาะลูกสาวคนเล็กอย่างฉันออกจะกลัวเกินหน้าเกินตาพี่สาวทั้งสองอยู่มาก  แต่ด้วยครอบครัวเราเป็นชาวนา หมดหน้านาก็ทำไร่ใครเป็นคนต่างจังหวัดจะเข้าใจว่ามันหลีกแมงและแมลงตามธรรมชาติยาก ยิ่งคนที่กลัวตาก็จะสอดส่ายหามักเห็นบ่อยกว่าคนอื่นเป็น 2 เท่า แต่แม่ของฉันก็จะตามล้างตามเช็ดทันท่วงทีเสมอโดยที่ลืมคำนึงไปว่าตัวเองเคยกลัวมันแค่ไหน

ตา:เวรกรรมมันมีจริงเน้อ

แม่:ไมพ่อ?

ตา:ตะก่อน พ่อต้องคอยเก็บหนอนออกจากทางที่แกเดิน ดูตอนนี้ดิ

แม่:ไรพ่อ?

ตา:แกต้องคอยเก็บหนอนออกจากทางเดินลูกแก

แม่:แหม แสดงว่าตะก่อนพ่อก็เต็มใจทำเพื่อข้อย(สรรพนามบุรุษที่ 1 อีสาน)นิ

ตา:รู้ได้ไง?

แม่:ก็ตอนนี้ข้อยเต็มใจทำให้ลูกนะสิ

รักแม่ที่สุดทุกลมหายใจค่ะ

edit @ 26 Feb 2009 17:34:18 by ช้างพัง